ปฏิทินกิจกรรม
September 2014 October 2014
สัปดาห์ที่ 36 1 2 3 4 5 6
สัปดาห์ที่ 37 7 8 9 10 11 12 13
สัปดาห์ที่ 38 14 15 16 17 18 19 20
สัปดาห์ที่ 39 21 22 23 24 25 26 27
สัปดาห์ที่ 40 28 29 30
 
 
 
จำนวนผู้เข้าชมตั้งแต่
วันที่ 28 ตุลาคม 2549

Nutrisystem
 
 

การเลือกอุปกรณ์ป้องกันเสียง พิมพ์ ส่งเมล

เสียง: No Imageภาพสังคมปัจจุบัน มีการนำเครื่องจักร รถยนต์  มาใช้อำนวยความสะดวกใน  การดำเนินชีวิต  กันอย่างกว้างขวาง เช่น  การผลิตสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม  การคมนาคม เครื่องจักร  รถยนต์ เหล่านี้ แม้จะช่วยอำนวยความสะดวก แต่เสียงที่ดังจากการทำงานของเครื่องจักร เครื่องยนต์  ส่งผลกระทบต่อผู้สัมผัสเสียงดังเป็นเวลานาน ๆ   เช่น ตำรวจจราจร  พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ  ซึ่ง เป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ทั้งทางร่างกาย  คือ  ความสามารถในการได้ยินลดลง( หูเสื่อม ) และทางจิตใจ คือ โรคเครียด โรคความดันโลหิตสูง

         สภาพสังคมปัจจุบัน มีการนำเครื่องจักร รถยนต์  มาใช้อำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิต  กันอย่างกว้างขวาง เช่น  การผลิตสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม  การคมนาคม เครื่องจักร  รถยนต์ เหล่านี้ แม้จะช่วยอำนวยความสะดวก แต่เสียงที่ดังจากการทำงานของเครื่องจักร เครื่องยนต์  ส่งผลกระทบต่อผู้สัมผัสเสียงดังเป็นเวลานาน ๆ   เช่น ตำรวจจราจร  พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ  ซึ่ง เป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ทั้งทางร่างกาย  คือ  ความสามารถในการได้ยินลดลง( หูเสื่อม ) และทางจิตใจ คือ โรคเครียด โรคความดันโลหิตสูง          วิธีการป้องกันเสียงดังมี 3 แบบหลักได้แก่1. ป้องกันที่แหล่งกำเนิด เช่น การเปลี่ยนระบบการทำงานของแหล่งกำเนิด  การใช้วัสดุครอบแหล่งกำเนิด   เป็นต้น2. ป้องกันที่ทางเดินของเสียง เช่น การติดตั้งกำแพงกั้นเสียง การทำให้ระยะทางระหว่างแหล่งกำเนิดและผู้รับเสียงเพิ่มขึ้น  เป็นต้น3. ป้องกันที่ผู้รับเสียง โดยการใช้อุปกรณ์ ที่ครอบหู (Ear muffs) หรือที่อุดหู (Ear plugs) เป็นต้นการเลือกใช้วิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น งบประมาณที่มี  ลักษณะของสภาพแวดล้อมที่เกิดปัญหา  ลักษณะของปัญหาที่เกิด      ในกรณีของการป้องกันที่ผู้รับเสียง  การเลือกอุปกรณ์ป้องกันเสียง เช่น ที่ครอบหู (Ear muffs) หรือที่อุดหู (Ear plugs) มาใช้ป้องกันเสียง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากเมื่อเทียบกับวิธีอื่น  แต่ควรมีหลักในการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับสภาวะทางเสียงในขณะนั้น เพราะถ้าเลือกซื้อไม่ถูกต้องอุปกรณ์ก็จะป้องกันเสียงได้ไม่มากหรือป้องกันไม่ได้เลยประเภทของอุปกรณ์ป้องกันเสียง       แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่                  1.ที่ครอบหู (ear muff)  ลดเสียงได้ตั้งแต่ 30-40 dB   ลดเสียงที่ความถี่สูงกว่า 400 Hz ได้ดี มี 2 ชนิด คือ แบบที่เป็นโลหะและที่เป็นพลาสติก No Imageรูปที่1 ที่ครอบหู                  2.ที่อุดหู (ear plugs)  ลดเสียงได้ตั้งแต่ 15-25dB   ลดเสียงที่มีความถี่ต่ำกว่า 400 Hz ได้ดี ทำจากวัสดุหลายชนิด เช่น โฟม ใยหิน ใยแก้ว ฯลฯ                No Image               

รูปที่    2  ที่อุดหูโฟม   

 No Image

  รูปที่ 3 ที่อุดหูใยหินการเลือกอุปกรณ์ป้องกันเสียง      

 

การเลือกปกรณ์ป้องกันเสียงต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆเหล่านี้                  1.ไม่เป็นอุปสรรคต่อกิจกรรมที่กระทำ                  2.ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสนทนาหรือสื่อสาร                  3. ระดับเสียงที่ต้องการลด และ ความสามารถลดระดับเสียงของอุปกรณ์ความสามารถในการลดเสียงของอุปกรณ์ป้องกันเสียง       การที่จะทราบว่าอุปกรณ์ป้องกันเสียงจะลดระดับเสียงได้กี่เดซิเบลสามารถหาได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ระดับเสียงที่ได้รับขณะใส่อุปกรณ์  =  ระดับเสียงก่อนใส่อุปกรณ์  -  derated NRR - Co derated NRR (Noise Reduction Rating) =   NRR - (KxNRR)/100 โดยค่า NRR(Noise Reduction Rating) คือค่าความสามารถในการลดเสียงของอุปกรณ์ซึ่งระบุจากโรงงาน ซึ่งค่านี้ได้จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ    ค่า K คือเปอร์เซ็นต์ของ NRR ที่ใช้ลบกับ NRR    ซึ่ง  National   Institute for Occupational  Safety and Health (NIOSH) ได้แนะนำความสามารถของอุปกรณ์แต่ละชนิดในการลดระดับเสียง ( ค่า K )  ไว้ดังนี้K = 25 กรณีอุปกรณ์เป็นที่ครอบหูK = 50 กรณีอุปกรณ์เป็นที่อุดหูทำจากโฟมK = 70 กรณีอุปกรณ์เป็นที่อุดหูทำจากวัสดุอื่นๆสำหรับค่า Co จะขึ้นอยู่กับการถ่วงน้ำหนัก ของเครื่องมือตรวจวัดระดับเสียงระดับเสียงที่ตรวจวัดก่อนใส่อุปกรณ์Co = 0  กรณีระดับเสียงก่อนใส่อุปกรณ์วัดด้วย weight CCo = 7  กรณีระดับเสียงก่อนใส่อุปกรณ์วัดด้วย weight Aตัวอย่าง การเลือกอุปกรณ์ป้องกันเสียง    

No Image                                             

 

 

 

 

รูปที่ 4 ป้ายแสดงค่า Noise Reduction Rating (NRR)  ของ ที่ครอบหู No Image

 

 

 

 

รูปที่ 5 ป้ายแสดงค่า Noise Reduction Rating (NRR)  ของ ที่อุดหูโฟม 

มีอุปกรณ์ป้องกันเสียงที่มีป้ายแสดงค่า NRR  ดังรูป วัดเสียงเครื่องจักร ได้ 95 dB(A)อยากทราบว่าควรใส่อุปกรณ์ป้องกันเสียงชนิดใดเพื่อให้ได้รับเสียงรับเสียงจากเครื่องจักรไม่เกิน 70  dB(A)วิธีทำเสียงที่ตรวจวัดได้ก่อนใส่อุปกรณ์เป็น 95 dB(A)       กรณีที่อุปกรณ์เป็นที่ครอบหู      NRR = 29                      K = 25Co = 7Derated NRR =29 - (25x29)/100 =  21.75                   เสียงที่ได้รับขณะใส่ที่ครอบหู = 95 - 21.75 - 7 = 66 dB(A)             กรณีที่อุปกรณ์เป็นที่อุดหูที่ทำจากโฟมNRR = 25K = 50Co=7Derated NRR = 25 - (50x25)/100 = 12.5                    เสียงที่ได้รับขณะใส่ที่อุดหู = 95-12.5-7 = 75.5 dB(A)นั่นคือ เหตุผลที่สมควรเลือก ที่ครอบหู                                                 

 

ค้นหาำในเว็บ

ern

 

 
..................................................................................................................................................................................................