ปฏิทินกิจกรรม
January 2015 February 2015 March 2015
สัปดาห์ที่ 6 1 2 3 4 5 6 7
สัปดาห์ที่ 7 8 9 10 11 12 13 14
สัปดาห์ที่ 8 15 16 17 18 19 20 21
สัปดาห์ที่ 9 22 23 24 25 26 27 28
 
 
 
จำนวนผู้เข้าชมตั้งแต่
วันที่ 28 ตุลาคม 2549

Nutrisystem
 
 

การเลือกอุปกรณ์ป้องกันเสียง พิมพ์ ส่งเมล

เสียง: No Imageภาพสังคมปัจจุบัน มีการนำเครื่องจักร รถยนต์  มาใช้อำนวยความสะดวกใน  การดำเนินชีวิต  กันอย่างกว้างขวาง เช่น  การผลิตสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม  การคมนาคม เครื่องจักร  รถยนต์ เหล่านี้ แม้จะช่วยอำนวยความสะดวก แต่เสียงที่ดังจากการทำงานของเครื่องจักร เครื่องยนต์  ส่งผลกระทบต่อผู้สัมผัสเสียงดังเป็นเวลานาน ๆ   เช่น ตำรวจจราจร  พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ  ซึ่ง เป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ทั้งทางร่างกาย  คือ  ความสามารถในการได้ยินลดลง( หูเสื่อม ) และทางจิตใจ คือ โรคเครียด โรคความดันโลหิตสูง

         สภาพสังคมปัจจุบัน มีการนำเครื่องจักร รถยนต์  มาใช้อำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิต  กันอย่างกว้างขวาง เช่น  การผลิตสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม  การคมนาคม เครื่องจักร  รถยนต์ เหล่านี้ แม้จะช่วยอำนวยความสะดวก แต่เสียงที่ดังจากการทำงานของเครื่องจักร เครื่องยนต์  ส่งผลกระทบต่อผู้สัมผัสเสียงดังเป็นเวลานาน ๆ   เช่น ตำรวจจราจร  พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ  ซึ่ง เป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ทั้งทางร่างกาย  คือ  ความสามารถในการได้ยินลดลง( หูเสื่อม ) และทางจิตใจ คือ โรคเครียด โรคความดันโลหิตสูง          วิธีการป้องกันเสียงดังมี 3 แบบหลักได้แก่1. ป้องกันที่แหล่งกำเนิด เช่น การเปลี่ยนระบบการทำงานของแหล่งกำเนิด  การใช้วัสดุครอบแหล่งกำเนิด   เป็นต้น2. ป้องกันที่ทางเดินของเสียง เช่น การติดตั้งกำแพงกั้นเสียง การทำให้ระยะทางระหว่างแหล่งกำเนิดและผู้รับเสียงเพิ่มขึ้น  เป็นต้น3. ป้องกันที่ผู้รับเสียง โดยการใช้อุปกรณ์ ที่ครอบหู (Ear muffs) หรือที่อุดหู (Ear plugs) เป็นต้นการเลือกใช้วิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น งบประมาณที่มี  ลักษณะของสภาพแวดล้อมที่เกิดปัญหา  ลักษณะของปัญหาที่เกิด      ในกรณีของการป้องกันที่ผู้รับเสียง  การเลือกอุปกรณ์ป้องกันเสียง เช่น ที่ครอบหู (Ear muffs) หรือที่อุดหู (Ear plugs) มาใช้ป้องกันเสียง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากเมื่อเทียบกับวิธีอื่น  แต่ควรมีหลักในการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับสภาวะทางเสียงในขณะนั้น เพราะถ้าเลือกซื้อไม่ถูกต้องอุปกรณ์ก็จะป้องกันเสียงได้ไม่มากหรือป้องกันไม่ได้เลยประเภทของอุปกรณ์ป้องกันเสียง       แบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่                  1.ที่ครอบหู (ear muff)  ลดเสียงได้ตั้งแต่ 30-40 dB   ลดเสียงที่ความถี่สูงกว่า 400 Hz ได้ดี มี 2 ชนิด คือ แบบที่เป็นโลหะและที่เป็นพลาสติก No Imageรูปที่1 ที่ครอบหู                  2.ที่อุดหู (ear plugs)  ลดเสียงได้ตั้งแต่ 15-25dB   ลดเสียงที่มีความถี่ต่ำกว่า 400 Hz ได้ดี ทำจากวัสดุหลายชนิด เช่น โฟม ใยหิน ใยแก้ว ฯลฯ                No Image               

รูปที่    2  ที่อุดหูโฟม   

 No Image

  รูปที่ 3 ที่อุดหูใยหินการเลือกอุปกรณ์ป้องกันเสียง      

 

การเลือกปกรณ์ป้องกันเสียงต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆเหล่านี้                  1.ไม่เป็นอุปสรรคต่อกิจกรรมที่กระทำ                  2.ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสนทนาหรือสื่อสาร                  3. ระดับเสียงที่ต้องการลด และ ความสามารถลดระดับเสียงของอุปกรณ์ความสามารถในการลดเสียงของอุปกรณ์ป้องกันเสียง       การที่จะทราบว่าอุปกรณ์ป้องกันเสียงจะลดระดับเสียงได้กี่เดซิเบลสามารถหาได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ระดับเสียงที่ได้รับขณะใส่อุปกรณ์  =  ระดับเสียงก่อนใส่อุปกรณ์  -  derated NRR - Co derated NRR (Noise Reduction Rating) =   NRR - (KxNRR)/100 โดยค่า NRR(Noise Reduction Rating) คือค่าความสามารถในการลดเสียงของอุปกรณ์ซึ่งระบุจากโรงงาน ซึ่งค่านี้ได้จากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ    ค่า K คือเปอร์เซ็นต์ของ NRR ที่ใช้ลบกับ NRR    ซึ่ง  National   Institute for Occupational  Safety and Health (NIOSH) ได้แนะนำความสามารถของอุปกรณ์แต่ละชนิดในการลดระดับเสียง ( ค่า K )  ไว้ดังนี้K = 25 กรณีอุปกรณ์เป็นที่ครอบหูK = 50 กรณีอุปกรณ์เป็นที่อุดหูทำจากโฟมK = 70 กรณีอุปกรณ์เป็นที่อุดหูทำจากวัสดุอื่นๆสำหรับค่า Co จะขึ้นอยู่กับการถ่วงน้ำหนัก ของเครื่องมือตรวจวัดระดับเสียงระดับเสียงที่ตรวจวัดก่อนใส่อุปกรณ์Co = 0  กรณีระดับเสียงก่อนใส่อุปกรณ์วัดด้วย weight CCo = 7  กรณีระดับเสียงก่อนใส่อุปกรณ์วัดด้วย weight Aตัวอย่าง การเลือกอุปกรณ์ป้องกันเสียง    

No Image                                             

 

 

 

 

รูปที่ 4 ป้ายแสดงค่า Noise Reduction Rating (NRR)  ของ ที่ครอบหู No Image

 

 

 

 

รูปที่ 5 ป้ายแสดงค่า Noise Reduction Rating (NRR)  ของ ที่อุดหูโฟม 

มีอุปกรณ์ป้องกันเสียงที่มีป้ายแสดงค่า NRR  ดังรูป วัดเสียงเครื่องจักร ได้ 95 dB(A)อยากทราบว่าควรใส่อุปกรณ์ป้องกันเสียงชนิดใดเพื่อให้ได้รับเสียงรับเสียงจากเครื่องจักรไม่เกิน 70  dB(A)วิธีทำเสียงที่ตรวจวัดได้ก่อนใส่อุปกรณ์เป็น 95 dB(A)       กรณีที่อุปกรณ์เป็นที่ครอบหู      NRR = 29                      K = 25Co = 7Derated NRR =29 - (25x29)/100 =  21.75                   เสียงที่ได้รับขณะใส่ที่ครอบหู = 95 - 21.75 - 7 = 66 dB(A)             กรณีที่อุปกรณ์เป็นที่อุดหูที่ทำจากโฟมNRR = 25K = 50Co=7Derated NRR = 25 - (50x25)/100 = 12.5                    เสียงที่ได้รับขณะใส่ที่อุดหู = 95-12.5-7 = 75.5 dB(A)นั่นคือ เหตุผลที่สมควรเลือก ที่ครอบหู                                                 

 

ค้นหาำในเว็บ

ern

 

 
..................................................................................................................................................................................................